2007/Nov/08

ทุกครั้งก็ยังสงสัย เมื่อทำอะไรที่ดูไม่มีความหมาย

อยากจะยืน  อยากจะงง อยากจะหลงทางบ้าง

อยาจกะเฉย อยากจะลอง รองเท้าคนละข้าง

อยากจะขีดจะเขียนจะผิดจะเพี้ยนก็เป็นบางครั้ง

ไม่ รู้ ทำ ไม

ไม่มีเหตุผลไม่มีความหมาย แค่อยากจะทำอะไรตามใจ

ก็เท่านี้

ไม่มีเหตุผล โว้ว สบาย ใจ นานานาน้า ฮู้วว ฮู

 

อยากจะทำก็ทำ อย่าไปคิดให้มากมาย

เท่านี้...

ฉันสบายใจ~

...............................

ชอบเพลงนี้มากมาย

หาให้ด้วยนะที่รัก

บล็อกนี้ไม่มีเสียง

หามาใส่ให้ด้วยนะ

อิอิ

จุ๊บๆ

 

 
ปล. หามาให้แล้วนะที่รัก ~ เค้าง่วงแล้ว เดี๋ยวไปนอนละนะ คิดถึงอ่า จุ๊ฟๆ

2007/Nov/01

จากครั้งเราเคยมีกัน อยู่ๆ ก็พลัน มาทิ้งกันไป
เจ็บช้ำเธอทำกันลงได้ หักอกห้ามใจไม่เคยลืมลง

เจ็บนี้มันแรงเกินตัว เรื่องราวในหัว มันตามมันเตือน
เจ็บพร้อมจะยอมฟั่นเฟือน สติเลอะเลือนถ้าลืมได้ลง

ไม่อยากรู้ว่าตัวเองเป็นใคร ไม่อยากรู้ว่าเคยรักใคร
ไม่อยากรู้ว่าเคย เคยถูกใคร หลอกจนเสียคนอย่างนี้
ไม่อยากรู้ว่าตัวเองเป็นใคร ไม่อยากรู้ว่าเคยนอนร้องไห้
ไม่อยากรู้ว่าเคย เคยให้ชีวิตใครไป

เจ็บลึกมันจมลงใจ สลบไสลไปเลยคงดี
ให้ฟื้นมาเป็น เป็นคนที่ไม่มีเรื่องราวไม่มีหัวใจ

ไม่อยากรู้ว่าตัวเองเป็นใคร ไม่อยากรู้ว่าเคยรักใคร
ไม่อยากรู้ว่าเคย เคยถูกใคร หลอกจนเสียคนอย่างนี้
ไม่อยากรู้ว่าตัวเองเป็นใคร ไม่อยากรู้ว่าเคยนอนร้องไห้
ไม่อยากรู้ว่าเคย เคยให้ชีวิตใครไป

ไม่อยากรู้ว่าตัวเองเป็นใคร ไม่อยากรู้ว่าเคยรักใคร
ไม่อยากรู้ว่าเคย เคยถูกใคร หลอกจนเสียคนอย่างนี้
ไม่อยากรู้ว่าตัวเองเป็นใคร ไม่อยากรู้ว่าเคยนอนร้องไห้
ไม่อยากรู้ว่าเคย เคยให้ชีวิตใครไป

.........................................

นานมาแล้ว

........

พี่เอี่ยวอย่าร้องไห้เลยนะ

แค่คนคนเดียวช่างมันเหอะ

นะ นะ

ถ้าเลิกร้องเดี๋ยวเค้าหอมแก้มทีนึง

T^T

(เช็ดน้ำตาเลย)

*-*

........

ขอบคุณที่เคยห่วงใย

ถึงแม้จะเป็นได้แค่พี่ชาย

พี่ก็จะทำตัวเป็นพี่ชายที่ดีตลอดไปนะครับ

แต่อยากจะถามอยู่อย่างนึง

ทำไมชั้นต้องดีใจที่แกหอมแก้มวะ

-*-

 
ปล.เหนื่อยจังแฮะช่วงนี้
ปตท.ทรัพย์จางขั้นรุนแรง
ปอเต็กตึ๊ง.ช่วยมาเก็บ มาเก็บช้านที มาเก็บ มาเก็บช้านที 

2007/Oct/12

 

 

       วันหนึ่ง ... ฉันนั่งอยู่อย่างเดียวดายภายในห้องพักที่ไม่เล็กมากนัก และก็ไม่ใหญ่มากนัก แหงนหน้าขึ้นมองเพดานสีขาวโพลนเจือเหลืองบาง

       ถามตัวเองหลายต่อหลายครั้ง ว่านี่คือที่อยู่ของฉันจริงหรือ ฉันไม่ยักรู้สึกว่าตัวเองกำลังมีอยู่จริง

       ย้อนคิดไปถึงความรู้สึกยามอยู่ภายใต้ฟากฟ้านภากว้าง

  

       ท่ามกลางผู้คนมากมาย สายตาของใครต่อใครมองผ่านฉันไป ... ไปสู่ที่ที่เป็นของตัวเค้าเอง ... น้อง ... พี่ ... เพื่อน ... และแม้กระทั่ง คนรัก

แล้วฉันมีอยู่เพื่ออะไร?

..................ทำไมทุกคนถึงมองไม่เห็นฉัน ..................

 

............................ ฉันอยู่ตรงนี้ไง

  

ฉันอยู่ตรงนี้ ...................................................

 

       ฉันเดินกลับห้องพักอย่างหมดแรง ทิ้งตัวลงบนเตียงนอนหนานุ่ม ก่อนซุกหน้าลงบนหมอนข้าง ... แล้วปล่อยก้อนสะอื้นที่กลั้นไว้ตั้งแต่อยู่บนรถเมล์

       จะมีใครที่ไม่แปลกใจบ้าง ... คนที่เดินฝ่ากลางสายฝนซึ่งโหมกระหน่ำราวร่ำไห้อย่างบ้างคลั่ง ... เดินไปทีละก้าว ... ทีละก้าว

       เสื้อผ้าที่เปียกปอนนั้นไม่ได้ทำให้ฉันเหน็บหนาว ... แต่เพราะอะไรฉันถึงรู้สึกเยียบเย็นทุกครั้งเมื่อพบว่าตัวเองไม่มีที่ที่จะสามารถอยู่ได้

 

       ฉันหลับตาลง ... ภายในมีเพียงความมืดมิดที่เวิ้งว้าง

       มีแต่ที่นี่เท่านั้นที่ฉันจะรู้สึกอุ่นใจได้ ... เป็นที่ที่เดียวที่ฉันจะสามารถอยู่ได้ยามเมื่อพบว่าตัวเองอาจไม่มีตัวตนอยู่จริง

       แต่ทำไม ... คราวนี้มันไม่ได้ผล

 

... หนึ่งนาทีก็แล้ว ...

 

... สองนาทีก็แล้ว ...

 

... ห้านาทีก็แล้ว ...

 

... สิบนาทีก็แล้ว ...

 

ความมืดนี้ไม่ทำให้ฉันสามารถสงบใจได้เช่นเดิม

มันไม่ได้เปลี่ยนไป ... ความมืดยังคงเงียบงันอยู่เช่นนั้น

  

แต่ฉันต่างหาก ...

ฉันต่างหากที่เรียกร้องให้ใครสักคนส่งเสียงมาบ้าง ส่งเสียงมาถึงฉันที่นั่งร้องไห้อยู่ภายในความเงียบงันนั้น

  

ฉันหวังแค่ ... ใครสักคนที่พูดกับฉัน ราวกับว่าฉันมีตัวตนอยู่จริง

แค่ ... ใครสักคนที่จะบอกฉันได้ว่า ฉันไม่ใช่สิ่งบกพร่อง

 

เวลากำลังผ่านไปกับเสียงเพรียกที่ไม่สามารถหาจุดสิ้นสุดนี้ได้ ...

ฉันได้แต่ขัดขืนความรู้สึกประหลาดหลายต่อหลายครั้ง

  

สุดท้ายจึงเลือกที่จะเดินเข้าไปอยู่ท่ามกลางฝูงชนอีกครั้ง ...

ประสาทสัมผัสจะช่วยบอกฉันได้ว่า ... ฉันมีอยู่จริง

 

ฉันไม่มีจุดหมาย ... ไม่มีปลายทาง ...

       เท้าเดินราวกับว่ามันเป็นหน้าที่ ที่ต้องพาให้ฉันไปให้ห่างจากความเวิ้งว้าง

พลันรู้สึกตัว ... ฉันพบว่าตัวเองนั่งอยู่ในโรงภาพยนตร์

       เป็นภาพยนตร์สักเรื่องที่ตัวเอกเป็นผู้หญิงวัยกลางคน

                     เธอพูดถึงการเดินอยู่ท่ามกลางผู้คนที่แตกต่าง และแปลกประหลาด

                     และในนั้น เมื่อเวลาผ่านไป เธอกลับพบว่า ... สิ่งที่แปลกประหลาดและแตกต่างไม่ได้มาจากใคร แต่หลบซ่อนอยู่ภายในซอกหลืบของหัวใจของตัวเธอเอง

 

       สิ่งหนึ่งที่ฉันจำได้จนถึงตอนนี้ ... สถานที่ที่เธอบอกว่า เธอรู้ได้อย่างไรว่าตัวเองมีตัวตน

       "ฉันรู้สึกได้ว่าฉันมีอยู่จริง ยามเมื่อได้อยู่ภายในอ้อมแขนของเขา ฉันรู้สึกได้ว่าฉันยังมีชีวิต ยามเมื่อลมหายใจของเขาเป่ารดต้นคอของฉัน ฉันรู้สึกได้ว่าฉันมีที่ที่ตัวเองอยู่ได้ ยามเมื่อเขากระชับฉันเข้าสู่อ้อมแขนของเขาให้แน่นขึ้น พรมจูบลงบนเรือนร่างฉันอย่างนุ่มนวล ... นี่คือที่อยู่ของฉัน ... เป็นที่ที่ฉันจะมีตัวตนได้จริง"

  

ฉันเดินออกจากโรงภาพยนตร์ก่อนที่ภาพยนตร์จะฉายจบ

       ฉันไม่มีเหตุจำเป็นให้อยู่ที่นั่นอีกต่อไป ... เพราะมันไม่ใช่ที่ของฉัน ฉันที่ต้องนั่งอยู่ด้วยตัวคนเดียว

มันอาจเป็นสถานที่ของคู่ชายหญิงที่นั่งอยู่เก้าอี้ข้างๆฉัน กระชับมือไปพลาง ส่งสายตากันไปพลาง

  

ฉันตรงรี่เดินไปขึ้นรถแท็กซี่ ... และกลับถึงที่พักให้เร็วที่สุด

       เวลานี้ ไม่มีที่ไหนที่จะทำให้ฉันรู้สึกมีตัวตนได้อีก ... ไม่มีจริงๆ หากไม่ใช่ที่นั่น

 

พอปิดประตูห้องพักดังปัง ... ฉันก็ทิ้งตัวลงนั่งบนเตียงหนานุ่มเช่นเคย มือพลันกดเบอร์โทรศัพท์ที่จำได้ขึ้นใจ

 

"ตู๊ดดดดดด ...."

  

"ตู๊ดดดดดดดดดดดด ..."

 

"ตู๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดด ..."

 

ฉันถอนหายใจเฮือกใหญ่ ... ก่อนที่เตรียมกดวางสาย มันอาจเร็วเกินไปที่ฉันจะสามารถเรียกร้องสถานที่ที่ฉันจะมีตัวตนได้

  

"ว่าไงครับ ..."

นัยน์ตาฉันเบิกกว้าง ก่อนที่จะกรอกเสียงใสลงไป "ว่างไหม ..." พลางยิ้มกว้างราวกับคู่สนทนาอยู่ตรงหน้า

  

บทสนทนานั้นไม่ยาวนัก แต่มันมากพอที่จะทำให้ฉันรู้สึกเช่นเดียวกับตัวเอกของภาพยนตร์ที่ฉันพึ่งดูมาได้

       'ฉันรู้สึกได้ว่าฉันมีอยู่จริง ยามเมื่อฉันได้ยินเสียงของเธอ ... ฉันรู้สึกได้ว่าฉันมีอยู่จริง ยามที่เธอเง้างอนฉัน ... ฉันรู้สึกได้ว่าฉันมีอยู่จริง ยามที่เธอเรียกชื่อฉัน ... และฉันรู้สึกได้ว่าฉันมีอยู่จริง ยามที่เธอบอกรักฉัน ... นี่คือที่อยู่ของฉัน ... เป็นที่ที่ฉันจะมีตัวตนได้จริง'

  

ฉันรักเธอ ... เธอซึ่งเป็นที่อยู่ของฉัน

... รักนะ ...

*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-

 

ปล. มาอัพให้แฟนครับ ... ไม่ว่ากันนะที่รัก ตัวเองบอกให้เค้าอัพให้นี่ ... จุ๊ฟๆ

 

edit @ 1 Nov 2007 02:17:24 by ฌาโป~*